วันเสาร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2555

รัฐบาลดัน OTOP PLUS รับประชาคมอาเซียน


นายชาวันย์ สวัสดิ์-ชูโต รองผู้อำนวยการ ในฐานะรักษาการแทนผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เปิดเผยว่า โครงการยกระดับผู้ประกอบการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์แบบบูรณาการ หรือ OTOP PLUS เป็นโครงการภายใต้ความร่วมมือ ของ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กับ องค์การตลาด บริษัทไปรษณีย์ จำกัด บริษัทห้องปฎิบัติการกลาง ประเทศไทยจำกัด หอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และ บมจ. อสมท เพื่อขยายโอกาสทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการ โอทอป สู่เวทีการค้าทั้งในและต่างประเทศ

ทั้งนี้ โครงการ OTOP PLUS จะมุ่งพัฒนากลุ่มผู้ประกอบการ OTOP ระดับ 4-5 ดาว ที่มีศักยภาพในเชิงพาณิชย์ ให้เข้าสู่กระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ และการขยายโอกาสทางการตลาด โดยรัฐบาล ให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่องที่ให้ประชาชนในชุมชนได้มีอาชีพรวมถึงรองรับการที่ไทยเตรียมเข้าสู่เวทีประชาคมอาเซียนด้วย 

วันศุกร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2555

นายกฯ "ยิ่งลักษณ์" เผยผลการหารือทวิภาคี "มาเลเซีย"

8 กันยายน 2555 - ในช่วงเช้าที่ผ่านมา (เวลาประเทศไทย) ก่อนเข้าร่วมการประชุมผู้นำเอเปค ครั้งที่ 20  นายกรัฐมนตรี นางสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พบหารือทวิภาคีกับ 3 ผู้นำเขตเศรษฐกิจ ได้แก่ นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ประธานาธิบดีชิลี และ ประธานาธิบดีสหพันธรัฐรัสเซีย ซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม โดยภายหลังการหารือ นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนทางการถึงผลการหารือ ดังนี้  
นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการพบหารือกับนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัคแห่งมาเลเซียว่า ในการหารือนายกรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ต่างยืนยันความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดของสองประเทศ โดยมีการหารือถึงแนวทางการพัฒนาความสัมพันธ์ทั้งด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจตามแนวชายแดน ซึ่งในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้ มาเลเซียจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะกรรมาธิการร่วม หรือ Joint Commissionและจะได้มีการหยิบยกเรื่องความมั่นคง โดยเฉพาะตามแนวชายแดน ซึ่งจะนำเทคโนโลยีมาใช้ในการตรวจตราการข้ามแดนเพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว และเพิ่มพูนการค้าการลงทุนระหว่างกันให้มากขึ้น นอกจากนี้ จะมีการแก้ปัญหาบุคคลสองสัญชาติ ซึ่งต้องเร่งรัดแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้เร็วที่สุด รวมทั้งการพัฒนาเพื่อยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่  

นอกจากนี้ ได้หารือเพื่อเร่งรัดการสร้างเสถียรภาพราคายางพารา เพราะเห็นว่าเรื่องดังกล่าวเป็นปัญหาร่วมกันของไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย โดยไทยจะเร่งรัดให้มีการหารือให้เกิดผลเป็นรูปธรรมมากขึ้น เพราะเห็นว่าการรักษาราคายางให้มีเสถียรภาพถือเป็นเรื่องเร่งด่วน นอกจากนี้ยังเห็นว่าควรมีความร่วมมือในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ยางพาราในระยะยาวเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนไปควบคู่กัน  

ทั้งนี้ กรณีที่กลุ่มก่อความไม่สงบนำธงชาติมาเลเซียไปติดในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ นั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไทยและมาเลเซียต่างยืนยันความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและเป็นไปด้วยดี แม้ว่าจะมีความพยายามสร้างสถานการณ์ก็ตาม ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีมาเลเซียได้ให้ความมั่นใจพร้อมกับย้ำว่าสองประเทศจะทำงานร่วมกันเพื่อแก้ปัญหาและสร้างความสงบให้เกิดขึ้น ทั้งนี้มาเลเซียเห็นด้วย และสนับสนุนแนวทางของไทยในการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธีควบคู่ไปกับการพัฒนา ซึ่งไทยได้แจ้งให้มาเลเซียทราบถึงความคืบหน้าในการเพิ่มบุคลากรและงบประมาณทั้งด้านการศึกษาและการสร้างอาชีพในพื้นที่  มาเลเซียในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน การได้พบหารืออย่างสม่ำเสมอถือเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้หารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และการแสวงหาความร่วมมือด้านการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ดังกล่าว โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่บริเวณด่านสะเดา เพื่อเพิ่มมูลค่าการค้าและการท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศ ที่จะช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจของอาเซียนอีกทางหนึ่ง

"ยิ่งลักษณ์" เล็งเพิ่มศักยภาพสตรี เสริมเศรษฐกิจไทยมั่นคง

8 กันายน 2555 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กล่าวในรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยและสถานีโทรทัศน์ช่องเอ็นบีที โดยระบุว่า รัฐบาลเชื่อว่าการเพิ่มศักยภาพสตรีจะเป็นส่วนหนึ่งในการเสริมสร้างเศรษฐกิจไทยให้มั่นคงและแข็งแรง โดยมีเนื้อความดังนี้

ภาพ "รายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน" ขณะออกอากาศผ่านทาง NBT
พิธีกร : เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาได้เห็นการประชุมครั้งแรกของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี กองทุนนี้อย่างไรมีความคืบหน้าบ้างครับท่านนายกฯ

นายกรัฐมนตรี : เมื่อวันพุธที่ 5 กันยายน ได้มีการประชุมเรียกว่าคณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีแห่งชาติเป็นครั้งแรก ซึ่งกรรมการนี้ได้ประกอบไปด้วยคณะกรรมการทั้งหมด 37 ท่าน ซึ่งจะเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง 17 ท่าน และบวกกรรมการเรียกว่าเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ และกรรมการที่มาจากพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ รวมถึงกรุงเทพมหานครด้วย 20 ท่าน รวมเป็น 37 ท่านมาประชุมเป็นครั้งแรก

พิธีกร :  ครับ ซึ่งถ้าเกิดเราดูเฉพาะบทบาทผู้หญิงในประเทศไทยในปัจจุบันนี้เป็นอย่างไรบ้างครับ ประชาชนประชากรเป็นอย่างไร

นายกรัฐมนตรี : จริง ๆ ต้องบอกว่าที่มาของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีนี้มาจากว่า สิ่งที่เราเห็นวันนี้จำนวนสตรีไทยมีประมาณ 32,550,000 คนทั่วประเทศ ถือว่าเป็นสัดส่วนมากกว่าผู้ชายเล็กน้อยหรือว่าครึ่ง ๆ แล้วก็สิ่งที่เราเห็นคือว่าผู้หญิงมีบทบาทมากขึ้นนะค่ะคุณธีรัตถ์ ก็อยู่ประมาณร้อยละ 45 ถือว่าเป็นผู้หญิงที่มีความสามารถและเป็นถึงระดับผู้บริหาร

พิธีกร : เห็นว่าผู้หญิงไทยได้รับความยอมรับจากฟอร์บส์ จากหลาย ๆ ประเทศว่า เป็นประเทศผู้หญิงในระดับ CEO มากที่สุดของโลกอีกด้วย

นายกรัฐมนตรี : ใช่ค่ะ เป็นที่น่าภาคภูมิใจว่าประเทศไทยก็มีผู้หญิงมากและเก่ง และมีศักยภาพในความเป็นผู้นำ แต่อย่างไรก็ตามเราก็จะเห็นว่าในร้อยละ 55 ยังมีสตรีอีกหลายกลุ่ม ภายใต้กลุ่มนี้ยังมีสตรีที่มีความต้องการในการที่จะพัฒนาหรือว่าโอกาสในการที่จะเพิ่มศักยภาพอีกถ้าเรามาร่วมกันในการพัฒนาศักยภาพของสตรีในหลาย ๆ กลุ่มนี้ก็จะทำให้เชื่อว่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการเสริมสร้างเศรษฐกิจไทยให้มั่นคงและแข็งแรง จึงเป็นที่มาของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ได้มีการตั้งขึ้นตามเจตนารมณ์ที่รัฐบาลได้มีการแถลงนโยบายไว้ถือว่าเป็นนโยบายเร่งด่วนค่ะ

พิธีกร : ถือว่าเป็นจุดประสงค์ที่ต้องการเห็นความเสมอภาคของผู้หญิงและผู้ชายในสังคม ผู้หญิงมีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนเข้าถึงการร่วมกลุ่มกันในการที่จะสร้างโอกาสให้กับตนเองและอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข

นายกรัฐมนตรี : อย่างแรกเราคาดหวังว่าอยากเสริมสร้างให้สังคมไทย โดยเฉพาะสตรีไทยให้มีความเสมอภาคและจากนั้นจากความเสมอภาคแล้วเราก็สามารถที่จะต่อยอดในการพัฒนาสตรีให้มีบทบาทในสังคมหรือทางด้านของคุณภาพชีวิตที่ดีมีคุณภาพที่ดีขึ้น เราก็ได้นำเอาแผนพัฒนาสตรีแห่งชาติฉบับที่ 11 ซึ่งทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้นำเสนอผ่านคณะรัฐมนตรีไปแล้ว คือเป็นแผนพัฒนาสตรีแห่งชาติที่ครอบคลุมสตรีทั้งประเทศ เรียกว่าสิ่งที่เราเอามาเป็นโครงหลักแต่ในส่วนของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีเราจะเน้นเพิ่มเติมในส่วนของการต่อยอดของกลุ่มสตรีที่ต้องการที่จะดูแลใน 3 ประการด้วยกัน อย่างแรกคือ กองทุนนี้จะเป็นกองทุนที่เรียกว่าแหล่งทุนของดอกเบี้ยต่ำในการที่จะสร้างอาชีพให้กับกลุ่มสตรีที่ต้องการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมถึงสตรีผู้ที่ขาดโอกาส และความเสมอภาค และในการรับโอกาสในการช่วยเหลือต่าง ๆ กลุ่มที่ 3 คือกลุ่มที่เป็นสตรีที่มีบทบาทเป็นผู้นำอยู่แล้วเราจะทำอย่างไรให้เสริมสร้างสตรีกลุ่มนี้ได้มีโอกาสในการแสดงออก และอยู่บนเวทีโลกได้มากขึ้น ซึ่งตรงนี้ก็จะเป็นสิ่งที่เราได้เตรียมตัวคือการก้าวสู่ความเป็นประชาคมอาเซียนด้วยเช่นกัน รวมถึงการที่กองทุนที่จะบูรณาการกับทุกมูลนิธิหรือทุกหน่วยองค์กรต่าง ๆ ที่ทำงานเกี่ยวกับสตรีอย่างไรให้เกิดศักยภาพและเสริมสร้างกัน ถ้าถามว่าวิสัยทัศน์หรือเป้าหมายที่เราต้องการคือว่า เราอยากเห็นเรื่องของการรวมพลังในการสร้างสรรค์พลังสตรีเพราะถือว่าพลังสตรีนั้นเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศเช่นกัน

พิธีกร : คือว่าเป็นการเพิ่มศักยภาพและโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคมให้กับสตรีด้วย ซึ่งอย่างที่ท่านนายกฯ กล่าวตั้งแต่ตอนต้น แม้ว่าสตรีไทยจะเป็นผู้นำธุรกิจมากแต่ก็มีอีกกลุ่มหนึ่งที่ถูกละเลยในสังคม เฉพาะฉะนั้นบทบาทของกองทุนนี้ก็จะทำให้สตรีเข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำ ในการสร้างอาชีพ มีการรวมกลุ่มกันพัฒนา หรือกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกิดจากสตรีเหล่านี้ เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับสังคมได้อย่างไร

นายกรัฐมนตรี : เราจะมีทั้งรูปแบบของการที่เรียกว่าให้สตรี โดยเฉพาะในต่างจังหวัด ในชุมชนที่ต้องการที่จะสร้างอาชีพหรือรายได้ สร้างงานเกิดขึ้นมีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนในลักษณะทุนหมุนเวียนดอกเบี้ยต่ำ หรืออาจจะเป็นทุนอุดหนุนซึ่งต้องแล้วแต่คณะกรรมการในจังหวัดที่จะนำพิจารณาว่าโครงการไหนที่จะเป็นประโยชน์ต่อชุมชน แต่สำหรับบทบาทของคณะกรรมการพัฒนากองทุนพัฒนาสตรีแห่งชาตินี้ก็จะช่วยในการวางยุทธศาสตร์ภาพรวมและกิจกรรมในการขับเคลื่อนร่วมกัน เพื่อประโยชน์ของสตรีใน 4 เรื่องด้วยกัน ยุทธศาสตร์แรกคือ ยุทธศาสตร์ในการที่ทำอย่างไรในการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับสตรี อันที่ 2 คือ ยุทธศาสตร์ในการที่จะเพิ่มคุณภาพชีวิตของสตรีผู้ที่ต้องการโอกาส หรือต้องการได้รับความเป็นธรรมและความเสมอภาคอย่างเท่าเทียมกัน กลุ่มที่ 3 คือ การพัฒนาศักยภาพของผู้นำสตรีให้ก้าวจากเวทีชุมชนไปเป็นระดับประเทศ และรวมไปถึงระดับชาติ ที่จะเป็นความภูมิใจของคนไทยและสังคมไทยต่อไป สุดท้ายคือการรวมกันในการพัฒนาศักยภาพร่วมกับกองทุนหรือองค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับสตรีค่ะ

พิธีกร : ได้ยินกองทุนนี้มาตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมาขณะนี้โครงการนี้มีสมาชิกกี่คน และเริ่มมีการดำเนินการอย่างไรบ้าง

นายกรัฐมนตรี : ตั้งแต่เริ่มประชาสัมพันธ์ไปให้ทางด้านของการรับรู้เรื่องของงานและภาระกิจของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ขณะวันนี้เรามีจำนวนสมาชิกปัจจุบันที่เข้าชื่อมาเพื่อที่จะช่วยกันร่วมในการทำงานกรรมการด้วยประมาณ 8 ล้านคน ไม่ได้หมายความว่าสมาชิกที่ไม่ได้สมัครจะไม่ได้รับสิทธิ์ในส่วนของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี

พิธีกร : สมัครได้เรื่อย ๆ

นายกรัฐมนตรี : สมัครได้เรื่อย ๆ และจำนวนการรับสิทธิ์คือจะรับสิทธิ์ได้จะเป็นสมาชิกหรือไม่เป็นสมาชิกก็ตาม สามารถที่จะปรึกษาและขอในการรับสิทธิ์ต่าง ๆ ได้ในจังหวัด

พิธีกร : มีส่วนร่วมในโครงการได้ เพราะฉะนั้นต้องพูดคุยกันว่าในแต่ละจังหวัดมีการดำเนินการอย่างไรและสามารถที่จะดูว่าโครงการของแต่ละท่านจะดำเนินการอย่างไรได้บ้าง

นายกรัฐมนตรี : แต่การเป็นสมาชิกจะทำให้เราได้เข้าใจความต้องการของสมาชิกได้ดีขึ้นและการติดต่อสื่อสารอาจจะเป็นไปในในทางตรงมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามท่านอื่น ๆ ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกเราคงต้องใช้สื่ออื่น ๆ ในการประชาสัมพันธ์เพื่อที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ซึ่งวันนี้ในส่วนของจังหวัดเราได้มีการคัดเลือกคณะกรรมการในระดับจังหวัดแล้ว มีคนทำงานแล้วแต่อยู่ในขั้นตอนอีกขั้นตอนหนึ่งคือขั้นตอนของการคัดเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของจังหวัด เมื่อแต่งตั้งทั้งหมดแล้วคณะกรรมการสามารถที่จะคับเคลื่อนตามวงเงินที่รัฐบาลได้มีการโอนเงินไว้อยู่ที่จังหวัด


พิธีกร : มีการกำหนดไหมว่าแต่ละจังหวัดจะโอนเงินเท่าไร อย่างไร

นายกรัฐมนตรี : ภาพรวมเราโอนไป ณ วันนี้ทุกจังหวัดประมาณ 20 ล้านบาท ซึ่งในเบื้องต้นในส่วนของจังหวัดเองก็คงจะไปวางในเรื่องของวิธีการและขั้นตอนต่าง ๆ ในการทำงานทั้งหมดและมีแผนการใช้งานซึ่งในจังหวัดไหนมีการใช้งบประมาณหมดแล้ว เราสามารถที่จะติดต่อในส่วนของคณะกรรมการที่จะโอนเงินไปเพิ่ม ซึ่งเฉลี่ยจังหวัดละ 100 ล้านบาท

พิธีกร : การดำเนินของโครงการถือว่ามีการดำเนินการไปบางส่วนแล้ว ซึ่งคนที่มากำหนดทิศทางหรือว่าโครงการต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นสตรีด้วยกันทั้งสิ้น ส่วนใหญ่

นายกรัฐมนตรี : เป็นสตรีส่วนใหญ่แต่ก็มีสุภาพบุรุษที่ทำงานเพื่อสตรีมาได้ คณะกรรมการแห่งชาติได้มีตั้งคณะอนุกรรมการทั้งหมด 5 คณะ เพื่อที่จะเข้าไปทำการจัดกิจกรรมโดยการระดมความคิดและการมีส่วนในการร่างเนื้อหาในกรอบยุทธศาสตร์ใหญ่ และรวมถึงแผนกิจกรรมเพื่อให้แน่ใจว่าคณะกรรมการนี้หรือกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีได้มีการเข้าถึงและการที่ได้รับฟังปัญหาและการมีส่วนร่วมทั้งภาคประชาชน หน่วยงาน หรือองค์กรต่าง ๆ เกี่ยวข้องกับเรื่องสตรีทั้งหมด

พิธีกร : คือเป็นการดูแลว่ากิจกรรมที่จะเกิดขึ้น โครงการ ยุทธศาสตร์ ในการขับเคลื่อนต่อไปนั้นเป็นอย่างไร

นายกรัฐมนตรี : และในอนาคตก็จะรวมถึงในเรื่องของกฎระเบียบต่าง ๆ ปัญหา อุปสรรค หรือข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อสิทธิและเสรีภาพอย่างเท่าเทียบกัน

พิธีกร : ท่านนายกฯ ได้กล่าวว่าสมาชิกกองทุนมีมากกว่า 8 ล้านคน ถ้าลงไปดูในรายละเอียดกลุ่มคนที่เข้ามาเป็นสมาชิกเป็นอย่างไรกันบ้าง

สมาชิกกองทุนฯสตรี ต้องการความช่วยเหลือด้านสุขภาพมากที่สุด
นายกรัฐมนตรี : เรียนว่าตรงกับสิ่งที่เราได้สำรวจมาเบื้องต้นว่าจำนวนสมาชิกในกลุ่ม 8 ล้านคน มีความหลากหลายในระดับภูมิภาค อายุ การศึกษา อาชีพต่าง ๆ สิ่งที่เราพบคือว่าร้อยละ 61 มีรายได้ต่ำกว่า 5,000 บาท แปลว่ากองทุนนี้สามารถที่จะตอบโจทย์ว่าที่จะต้องการที่จะสร้างรายได้คุณภาพชีวิตเรื่องของการมีอาชีพมีรายได้เข้ามาในครอบครัว แต่ในกลุ่มนี้ประมาณ 67% พูดตรงกันว่ารายได้ที่ต่ำกว่า 5,000 บาท ไม่เพียงพอในการดำรงชีพ

พิธีกร : กองทุนฯ จะมาตอบโจทย์ตรงนี้ ถ้ามีการรวมตัวกัน มีการคิดโครงการก็สามารถจะสร้างรายได้ให้กลุ่มสตรีกว่า 60%

นายกรัฐมนตรี : สร้างรายได้นั้นก็แปลว่าสร้างเศรษฐกิจในครอบครัวและในชุมชนให้แข็งแรง

พิธีกร : และเศรษฐกิจที่เป็นฐานรากจะหมุนเวียนต่อได้ด้วย และปัญหาหรือสิ่งที่เขาอยากได้รับการช่วยเหลือมากที่สุดในช่วงนี้ ที่เราเป็นสมาชิกของกองทุนฯ คืออะไร

นายกรัฐมนตรี : ปัญหาเรื่องแรกคือเรื่องของรายได้ไม่เพียงพอ ประการที่ 2 คือเรื่องสุขภาพ ซึ่งกลายเป็นว่ากลุ่มนี้ เพราะจริง ๆ เราจะเข้าสู่สังคมที่เรียกว่าสังคมผู้สูงอายุ อันนี้เป็นปัญหาสุขภาพก็สะท้อนอยู่ในกลุ่มของกองทุนสมาชิกพัฒนาบทบาทสตรีนี้ สุดท้ายคือเรื่องการที่มีความต้องการทางด้านของโอกาสทางด้านของการศึกษา อาชีพ คือการที่ผู้ที่ขาดโอกาสมีอยู่ร้อยละ 16%

พิธีกร :  เพราะฉะนั้นเท่ากับว่ากองทุนฯนี้เกิดขึ้นอย่าง… กรรมการขับเคลื่อนมีบทบาทมากขึ้น คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมาเรียบร้อยแล้ว การขับเคลื่อนโดยกลุ่มสตรีในชุมชนจะเดินหน้าไปรวมทั้งด้านมีปัญหาทางด้านรายได้ สุขภาพ การศึกษา จะมีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนและมีการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีมากขึ้น

นายกรัฐมนตรี : โดยหลักเราอยากให้กองทุนนี้เป็นของสตรีทุกคนและเป็นกองทุนฯที่สตรีด้วยกันหรือผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับสตรีได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจและรัฐบาลพร้อมในการที่จะอาศัยกองทุนฯ นี้ บูรณาการทุกกระทรวงที่ทำงานเกี่ยวกับสตรีในการที่จะผลักดันเพื่อให้สตรีมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นมีสุขภาพที่ดีและมีสิทธิเสรีภาพ และมีโอกาสอย่างเท่าเทียมกัน

พิธีกร : ขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีมาก ท่านผู้ชมได้รับทราบแล้วว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในภาคใต้นั้นรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ และยอมรับว่าปัญหาที่เกิดขึ้นต้องใช้ระยะเวลาในการแก้ไข ไม่มีสูตรสำเร็จใด ๆ ในการแก้ไขปัญหาได้ ท่านนายกฯได้มีการลงพื้นที่ และช่วยกันในการดูแลความต้องการของคนในพื้นที่ว่าขาดอะไรบ้างและเสริมอะไรบ้างเพื่อจะทำให้การใช้ชีวิตของพื้นที่นั้นอยู่ได้อย่างมีความสุข นอกจากนี้ยังมีการให้โอกาสกับสตรีของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี เพื่อที่จะทำให้หญิงไทยนั้นมีความเท่าเทียมกันทางด้านเศรษฐกิจและสังคมต่อไป ช่วงนี้พักคนสักครู่ ช่วงหน้าติดตามการทดสอบการระบายว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง


"นายกฯยิ่งลักษณ์" เล็งใช้กฎหมายอย่างสันติ รับมือสถานการณ์ใต้

8 กันายน 2555 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กล่าวในรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยและสถานีโทรทัศน์ช่องเอ็นบีที ดำเนินรายการโดย นายธีรัตถ์ รัตนเสวี โดยระบุว่า การลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อแก้ปัญหาประชาชน ได้ยึดหลักกฎหมายอย่างเป็นธรรม เพื่อรับมือสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โดยได้ทำตามแนวทางที่น้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือการเข้าใจ เข้าถึง และการพัฒนา 
รายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน ออกอากาศทาง NBT
โดยมีเนื้อความดังนี้ 

นายธีรัตถ์ รัตนเสวี (พิธีกร) : สวัสดีครับ ขอต้อนรับเข้าสู่รายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน วันนี้ผมธีรัตถ์ รัตนเสวี รับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการ ปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้นในภาคใต้รัฐบาลไม่เคยละเลยและล่าสุดนั้นเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาท่านนายกรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ภารกิจของท่านที่ลงพื้นที่ในครั้งนี้เป็นอย่างไรกันบ้าง เรามาสอบถามกับท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านนายกฯ สวัสดีครับ

นายกรัฐมนตรี : สวัสดีค่ะ

พิธีกร : เรียนถามถึงมุมมองของท่านนายกรัฐมนตรีถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในภาคใต้ รัฐบาลจะมีแนวทางในการรับมือและแก้ไขอย่างไรบ้าง

นายกรัฐมนตรี : ก่อนจะเล่าถึงรัฐบาลมีนโยบายอย่างไร ต้องเรียนว่าปัญหาภาคใต้จริง ๆ ต้องพูดว่าเป็นปัญหาระยะยาวต้องมีการแก้ไขและต้องใช้เวลาในการแก้ไข เป็นปัญหาที่เรียกว่าละเอียดอ่อนและซับซ้อน ดังนั้นการทำงานจริง ๆ คือว่าต้องทำความเข้าใจไปแก้ปัญหาไป ซึ่งเราต้องบอกว่าไม่มีสูตรใดสำเร็จแต่ต้องลงไปเข้าใจในพื้นที่ตามแนวที่เราน้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือการเข้าใจเข้าถึงการพัฒนาและอาศัยการลงไปทำงานและค่อย ๆ แก้ไขไป ดังนั้นการลงไปภาคใต้ครั้งนี้ที่จังหวัดนราธิวาสได้มีโอกาสได้ลงไปพร้อมกับท่านรองนายกรัฐมนตรีทั้ง 2 คน และอีก 5 กระทรวง ที่ลงไปในครั้งนี้และผู้บัญชาการกองทัพบกในฐานะที่เป็นรองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และว่าที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่ลงไปพื้นที่ อย่างแรกที่เราลงไปคืออยากลงไปเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจพี่น้องประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีโอกาสได้พบกับพระสงฆ์ ผู้นำศาสนา และไทยพุทธ ไทยมุสลิม ที่ได้มีโอกาสได้ไปให้กำลังใจพี่น้องประชาชนและดิฉันเองถือโอกาสลงไปฟังปัญหาในพื้นที่จริง ๆ ซึ่งปัญหาก็จะฟังจากภาคประชาชน ผู้นำองค์กร และผู้นำศาสนาด้วย ว่าปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ขวัญกำลังใจประชาชนเป็นอย่างไร สุดท้ายเรากลับมาในการประชุมผู้ที่เกี่ยวข้องอยู่ที่ทางด้านของพื้นที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งประกอบไปด้วยทั้งในส่วนของแม่ทัพภาค 4 ในฐานะที่ดูแลกำกับในพื้นที่ส่วนหน้าของ กอ.รมน. และทางเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 5 จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

พิธีกร : ได้มีการฟังสรุปรายงานต่าง ๆ จากคนในพื้นที่อย่างไรบ้างครับ

นายกรัฐมนตรี : ฟังการรายงานการสรุป ซึ่งจริง ๆ แล้ววัตถุประสงค์ที่เรามาคือ หนึ่งเราฟังรายงานการสรุปแล้ว เราก็ต้องการที่จะรับทราบปัญหาแล้วทำอย่างไรในพื้นที่ส่วนกลางหลายคนอาจจะบอกว่าเราอยู่พื้นที่กรุงเทพมหานครส่วนกลาง จะลงไปสั่งงานอย่างไรในเมื่อเราไม่เข้าใจปัญหาของพื้นที่แต่จริง ๆ แล้ววิธีการทำงานของเรานั้น มองว่าพื้นที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นศูนย์ส่วนหน้าเป็นผู้ที่เข้าถึงและเข้าใจปัญหามากกว่า ก็จะให้ส่วนนี้เป็นคนที่จะหารือเป็นคนหารือกันซึ่งหลัก ๆ จะเป็น ศอ.บต. และ กอ.รมน. ที่จะหารือกันรวมกับผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วมีอะไรที่ส่วนกลางที่เราจะร่วมสนับสนุน ซึ่งวันนี้สิ่งที่ได้คุยกันคือว่าจากภาพรวมโดยยุทธศาสตร์รวมที่ได้มีการเสนอไว้ต่อรัฐสภาก็ยังเป็นยุทธศาสตร์เดิม แต่ในทางปฏิบัติก็ยังเป็นแนวทางเดิม แต่ว่าเพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพและเพื่อให้เราบูรณาการของกระทรวงอื่น ๆ ซึ่งหลาย ๆ กลุ่มอาจจะมองไม่เห็นในเรื่องของการขับเคลื่อนที่ชัดเจน ซึ่งเราเองอยากจะเห็นความขับเคลื่อนที่ไม่ใช่เรียกว่าชัดเจน เรียกว่าความขับเคลื่อนที่รวมพลังกันในการที่จะช่วยเสริมกำลังในส่วนพื้นที่

พิธีกร : ผมว่าไม่ใช่แค่ทหาร ตำรวจในพื้นที่ หรือว่าชุมชนอย่างเดียวจะเห็นว่าท่านนายกฯ พยายามที่จะเน้นหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) เรียกว่าหน่วยงานอื่น ๆ ที่ก่อนหน้านี้อาจจะไม่ได้ถูกดึงโยงลงมาในการแก้ไขปัญหาภาคใต้

นายกรัฐมนตรี : ใช่ค่ะ ได้พาผู้อำนวยการสำนักงบประมาณและเลขาธิการสภาพัฒน์ไปด้วยในพื้นที่ เราจะทำทั้งงานเรียกว่าดูแลความปลอดภัย ความมั่นคง และรวมถึงงานพัฒนาที่ควบคู่กันไป อันนี้จริง ๆ เราก็ทำอยู่แล้วและเจ้าหน้าที่ทุกท่านก็ทำอย่างเต็มที่ เราลงไปดูว่าในส่วนของรายละเอียดนั้นต้องการการสนับสนุนอย่างไรบ้าง อย่างเช่นสิ่งที่เราคุยกันว่าในส่วนเร่งด่วนพื้นที่บางพื้นที่ที่ต้องการอุปกรณ์ต่าง ๆ ในเรื่องของการอำนวยความสะดวกในการช่วยเหลือประชาชนด้านชีวิต ทรัพย์สินต่าง ๆ มีความพร้อมแค่ไหน ต้องการกำลังสิ่งไหนที่เราจะช่วยในลักษณะของการบูรณาการ อันนี้ก็เป็นอย่างแรกซึ่งในการพูดคุยกันได้มีการหารือกันโดยข้อสรุปพูดถึงแนวทางในหลาย ๆ ด้านด้วยกัน อย่างเรื่องแรกเรื่องของการป้องกันดูแลความปลอดภัย สิ่งที่เราพูดถึงคือว่าจะดูในแผนของการป้องกันหรือว่าเตรียมอุปกรณ์ต่าง ๆ ในการที่จะตรวจสอบหรือจุดตรวจต่าง ๆ ในเรื่องของการดูแลความปลอดภัยนั้น ในส่วนของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงต้องการอะไรบ้างก็ขอให้มีการสรุปในเรื่องของงบประมาณ

พิธีกร : อย่างเช่นว่าในบางพื้นที่ขาดกล้อง CCTV เหล่านี้ก็จะมีการคุยกันและหาทางที่จะซื้อให้เขาให้ได้

นายกรัฐมนตรี : ค่ะ ซึ่งต้องลงไปในรายพื้นที่ไม่ใช่บอกว่าจะติดตั้งกล้อง CCTV แต่จริง ๆ แล้วต้องบูรณาการว่ากล้องนี้จะติดจุดไหน แล้วเวลาดูแลใครจะเข้ามาดูแลรับผิดชอบในส่วนนี้ และจะเชื่อมต่ออย่างเช่นสถานที่ของเอกชนหรือบ้านเรือนที่มีความเป็นห่วงอย่างไร นี่ก็คือเรื่องแรกที่คุยกันและได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงไปสำรวจและเรื่องของการเตรียมพร้อมอย่างเช่น เมื่อมีเหตุเกิดขึ้นรถพยาบาลทางกระทรวงสาธารณสุขเตรียมแพทย์พยาบาลพร้อมหรือไม่ในการดูแลชีวิตผู้คน หรือเรื่องของเครื่องดับเพลิงหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จะช่วยในการกู้ภัยทั้งชีวิตคนและทรัพย์สิน รวมถึงกิจการร้านค้าด้วย อันนี้ก็คือให้แน่ใจว่าอุปกรณ์ต่าง ๆ มีความเตรียมพร้อม

พิธีกร : คือเป็นการเน้นการดูแลความปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

นายกรัฐมนตรี : ใช่ค่ะ และรวมถึงมาตรการในเชิงรุกอย่างเช่น สิ่งที่เราต้องค่อยติดตามข้อมูลข่าวสารแต่ติดตามอย่างไรให้รวดเร็ว และได้มีการสะท้อนในเรื่องของการทำงานแต่ละพื้นที่เพื่อให้เข้าไปช่วยเหลือดูแลประชาชนได้เร็ว ดังนั้นการช่วยเหลือจะมีการดูทั้งในระดับที่เรียกว่าให้มวลชนมาช่วยกันดูแลพื้นที่ของตัวเองในชุมชนอย่างไร การที่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกเสริมเพิ่มเติมขึ้นมา นอกเหนือจากส่วนของทาง กอ.รมน. ดูแล้วเพื่อที่จะให้ประชาชนมีความรู้สึกสบายใจ โดยเฉพาะพื้นที่ที่สามารถที่จะสัญจรไปมาได้จะมีการดูแลโดยประชาชนด้วยกัน

ประชาชนสามจังหวัดชายแดนใต้ ให้การต้อนรับนายกฯยิ่งลักษณ์ ด้วยความอบอุ่น
พิธีกร : ส่วนแนวทางในการสร้างความเข้าใจของคนในชุมชนดำเนินการอย่างไร

นายกรัฐมนตรี : อันนี้ก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะว่าการสร้างความเข้าใจเมื่อก่อนเกิดเหตุหรือหลังเกิดเหตุก็ตาม การที่ให้ประชาชนมีความเข้าใจถึงมาตรการการดูแลความปลอดภัยจากภาครัฐ และการสร้างความเข้าใจว่าจริง ๆ แล้ววันนี้ปัญหาทางภาคใต้ก็เป็นส่วนหนึ่งในเรื่องของการสร้างความเข้าใจสอดคล้องกัน และการที่ประสานให้ประชาชนมีส่วนร่วมและสร้างความเชื่อมั่น คงจะไม่ใช่แค่การความเชื่อมั่นในส่วนของพื้นที่เท่านั้นการเชื่อมั่นของนักลงทุน นักท่องเที่ยว แขกต่างประเทศ หรือว่าสิ่งต่าง ๆ นี้ก็ต้องมีกระบวนการกลไกในการสร้างความเข้าใจให้เกิดความเชื่อมั่นด้วย

พิธีกร : ส่วนผู้ที่สูญเสียกระบวนการในการเยียวยามีแนวทางช่วยไหมครับ

นายกรัฐมนตรี : กระบวนการการเยียวยาทางหน่วยมหาดไทยและ ศอ.บต. เป็นผู้ที่รับผิดชอบดูแล ซึ่งเราเองก็มีในส่วนของงบประมาณในการที่จะเข้าไปดูแลเยียวยาไม่ว่าจะเป็นเรื่องของชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สินต่าง ๆ อันนี้ก็ให้กระบวนการเยียวยานั้นให้แน่ใจว่ากลไกต่าง ๆ นั้นทำงานได้ดี ดิฉันเองได้มีโอกาสพบผู้ที่ได้รับการเยียวยาไปแล้วหลายท่านก็มีความรู้สึกดีขึ้นอันนี้ก็สิ่งหนึ่ง โดยเฉพาะวันนี้เราจะพบว่ากระบวนการเยียวยาหลาย ๆ เรื่องก็ผูกพันกันต่อว่า ไม่ใช่แค่เยียวยาระยะสั้นแต่สิ่งที่ต้องดูแลอย่างเช่น สุภาพสตรีที่สามีอาจจะเสียชีวิตเป็นหญิงหม้ายจะดูแลอย่างไรในการดำรงชีวิตอยู่ การให้อาชีพ และวิธีการสร้างอาชีพต้องไปดูอีกว่าบางครั้งบางพื้นที่ไม่สะดวกในการเดินทางจะทำอย่างไรให้อยู่ที่บ้านและมีรายได้ สร้างรายได้ขึ้นมา และเพิ่มพูนความรู้ รวมถึงคุณภาพชีวิตเรื่องของการดูแลสาธารณูปโภคต่าง ๆ และอาจจะนำในเรื่องของการศึกษา กีฬา และในเรื่องของดนตรีสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เพื่อให้คุณชีวิตผู้ที่อยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นมีความรู้สึกที่ดีขึ้น

พิธีกร : คือไม่ใช่ว่าอยู่ในความหวาดกลัวแต่ว่าอยากจะให้คนที่อยู่ในพื้นที่ที่อาจจะมีความรุนแรงเกิดขึ้นมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ และรัฐบาลเอาหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องลงไปใช้ในการช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตขึ้นมา

นายกรัฐมนตรี : เป็นการเรียนยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญทั้งในส่วนของการดูแลด้านความมั่นคง และการพัฒนา สิ่งที่เราดูนอกเหนือจากนั้นในการที่ได้เชิญเจ้าหน้าสภาพัฒน์ สำนักงบประมาณ และหน่วยงานอื่น ๆ นั้น เพื่อที่จะมาคุยกันว่าในส่วนของการวางแผนระยะยาวเรื่องของการที่จะทำอย่างไรให้เศรษฐกิจในส่วนของจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นมีการพัฒนาที่ดีขึ้น ทั้งเรื่องของถนน โลจิสติกส์ต่าง ๆ ซึ่งก็พบว่าในหลาย ๆ ที่ของจังหวัดชายแดนภาคใต้มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจและยังเป็นสถานที่ที่สามารถมีผู้คนมาท่องเที่ยว แต่กลับไม่ได้รับการประชาสัมพันธ์ให้คนรับรู้ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าทุกพื้นที่ของจังหวัดชายแดนภาคใต้จะมีปัญหาแต่อาจจะมีบางพื้นที่เท่านั้นที่เราต้องเข้าไป ในบางพื้นที่ที่ปลอดภัยอยากให้ได้มีโอกาสใช้ชีวิตเป็นปกติบ้าง

พิธีกร : คือมีการสร้างได้ให้กับชุมชนมีการเชิญนักท่องเที่ยวจากจังหวัดต่าง ๆ ไปเที่ยวดูว่าพื้นที่ภาคใต้ไม่ได้น่ากลัวหรือมีความรุนแรงแบบที่หลายคนคิด

นายกรัฐมนตรี : ใช่ค่ะ ต้องดูในเรื่องของสถานที่บางสถานที่เราคิดว่าดูแล้วนั้นสามารถไปได้ต้องประสานงานกับฝ่ายความมั่นคงในการดูแลความปลอดภัยต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะทำให้คนที่เดินทางมารู้สึกสบายใจขึ้น

พิธีกร : กว่าครึ่งเรื่องของปากท้องของประชาชนในพื้นที่ บางชุมชนจะรู้สึกว่ามีความกังวลเกี่ยวกับการเดินทางไปประกอบอาชีพมีการแก้ปัญหาอย่างไรบ้างไหมครับ

นายกรัฐมนตรี : บางส่วนคงต้องไปสำรวจเส้นทางว่าเส้นทางไหนเป็นเส้นทางที่อาจจะเปลี่ยวหรืออันตราย คงต้องดูเรื่องไฟ สาธารณูปโภคในการตัดเส้นถนนต่าง ๆ ให้เดินทางได้ปลอดภัยขึ้นหรือบางที่ที่ในชุมชนมีโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ คงต้องไปช่วยดูในเรื่องของการปลอดภัยเพื่อให้คนมาทำงานและสามารถกลับบ้านได้ หรือว่ามีที่พักอยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัยคงต้องไปดูในรายละเอียด ซึ่งเบื้องต้นดิฉันได้มอบหมายให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัด แม่ทัพภาค 4 และ กอ.รมน. ลงไปทำงานในรายละเอียดพื้นที่และเราคงจะเข้าไปทำความเข้าใจและแก้ปัญหาในแต่ละพื้นที่ว่าจะต้องใช้ส่วนไหนบ้าง กระทรวงไหนบ้างที่เข้าไปเสริมในการทำงาน

พิธีกร : คือ มีการดูแลเชิงมนุษยธรรม ให้ความเป็นอยู่เขาที่ดีขึ้น ทรัพย์สินปลอดภัยมากขึ้น แต่เรื่องของการบังคับใช้กฎหมายต่าง ๆ ในพื้นที่มีการดำเนินการอย่างไรบ้าง

นายกรัฐมนตรี : การบังคับใช้กฎหมายมีหลายส่วนคือเรื่องของคดีความต้องมีหน่วยงานภายใต้กระทรวงยุติธรรมในการติดตามเรื่องคดีความ แต่ที่สำคัญต้องให้ความยุติธรรมและความเป็นธรรม และการบังคับใช้กฎหมายนี้ก็ต้องเป็นไปอย่างละมุนละม่อมด้วยวิธีทางกฎหมายและสันติวิธี อันนี้เป็นสิ่งที่ดิฉันเน้นย้ำว่าการดูแลพี่น้องประชาชนต้องดูแลให้เกิดความเป็นธรรมและมีความสงบ เชื่อว่าถ้าเราช่วยกันในการที่จะร่วมกันให้กำลังใจ สร้างพลังต่าง ๆ ให้กับคนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งวันนี้กำลังใจพี่น้องประชาชนค่อนข้างดี ดิฉันเชื่อว่าพลังตรงนี้จะนำสันติสุขกลับคืนมา

พิธีกร : ซึ่งก็เป็นแนวทางที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบเอาไว้และพยายามปรับใช้ให้เหมาะสมในแต่ละสถานการณ์ เพราะอย่างที่ท่านบอกในตอนต้นว่าปัญหาภาคใต้คงไม่มีสูตรสำเร็จที่เบ็ดเสร็จในการแก้ปัญหาแต่ว่าเป็นปัญหาระยะยาวและละเอียดอ่อน แต่ถ้าทุกภาคส่วนร่วมมือกันช่วยเหลือกันน่าจะทำให้พี่น้องอยู่ได้อย่างมีความสุขมากขึ้น

นายกรัฐมนตรี : ใช่ค่ะ

อ้างอิงเพิ่มเติม นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตรวจเยี่ยมและติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ภาคใต้ 
https://www.facebook.com/media/set/?set=a.449601628417631.108576.105044319540032&type=3

วันพฤหัสบดีที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2555

"ยิ่งลักษณ์" หนุน OTOP พัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน รับประชาคมอาเซียน

นายกฯ ยิ่งลักษณ์ เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)
และการแถลงข่าวโครงการยกระดับผู้ประกอบการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์แบบบูรณาการ (OTOP PLUS)
Photo by Jay Redall Thailand
6 กันยายน 2555 - น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โครงการยกระดับผู้ประกอบการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์แบบบูรณาการ ที่โรงแรมแกรนด์ไฮแอท เอราวัณ ว่า ในส่วนของสินค้าโอท็อปวันนี้ถ้าเราไปดูในรายละเอียด สินค้าโอท็อปมีความพร้อม หลายบริษัทมีศักยภาพในการส่งออก รวมถึงการขยายกำลังในการผลิตในประเทศด้วย ซึ่งสิ่งที่โอท็อปต้องการในการต่อยอดมีหลายประการ ประการแรกการร่วมกันในการทำวิจัย เพื่อค้นหาการทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ ให้มีความก้าวหน้ามากขึ้น ซึ่งในส่วนนี้รัฐบาลได้บูรณาการในส่วนของงงานวิจัย เพื่อนำเอาวัตถุดิบต่างๆ ในการคิดค้นรูปแบบให้เกิดความหลายหลายของผลิตภัณฑ์ รวมถึงการออกแบบบรรจุภัณฑ์ เพื่อให้เกิดมูลค่าเพิ่ม ซึ่งจะทำให้สินค้าโอท็อปขายได้ในราคาที่มีคุณภาพ ให้สมกับฝีมือของการผลิต

สุดท้ายที่เรามองว่าสำคัญ คือเรื่องการตลาด ที่จะเพิ่มช่องทางในการจัดจำหน่าย ซึ่งช่องทางนี้รัฐบาลได้บูรณาการกระทรวงที่เกี่ยวข้องทั้ง 4 กระทรวง ประกอบด้วย กระทรวงมหาดไทย กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเทคโนโลยีและสารสนเทศ และกระทรวงการคลัง ที่จะช่วยเพิ่มช่องทางในการตลาดและแหล่งเงินทุนให้กับสินค้าโอท็อป ทั้งในเรื่องของหน้าร้าน เว็ปไซด์ ส่วนกระทรวงการต่างประเทศได้มีการประสานกับท่านทูตให้ช่วยโปรโมทสินค้า ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นอีกก้าวหนึ่งในการพัฒนาสินค้าและผลิตภัณฑ์พื้นบ้านของไทย ให้เป็นที่รับทราบและรับรู้ ร่วมถึงการก้าวสู่ในเวทีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

วันอังคารที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2555

กำหนดการทดสอบประสิทธิภาพการระบายน้ำ ฝั่งตะวันตก

อ้างอิงข้อมูลจาก คู่มือปฏิบัติการทดสอบประสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่ปลายน้ำ

ภาคเอกชนเชื่อ รัฐบาลซ้อมปล่อยน้ำ ยิ่งสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน

รองประธานหอการค้าไทยระบุการทดสอบระบายน้ำของคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย หรือ กบอ.ในวันพรุ่งนี้ส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนชาวไทยและต่างชาติที่จะเห็นการแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างเป็นรูปธรรม 

การประกาศทดสอบระบายน้ำของรัฐบาลในวันที่ 5 และวันที่ 7 ก.ย.นี้ รองประธานสภาหอการค้าไทยเชื่อว่าจะเป็นผลดีต่อการสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยเชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่มีการปล่อยน้ำเนื่องจากปริมาณน้ำที่ปล่อยมีไม่มาก

นายภูมินทร์ หะรินสุด รองประธานกรรมการหอการค้าไทย ยังระบุด้วยว่า การทดสอบปล่อยน้ำครั้งนี้ จะทำให้รัฐบาลรู้ปัญหาในการวางแผนการจัดการน้ำว่ายังมีอุปสรรคในส่วนใด เพื่อรองรับสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในช่วงปลายปี (2555) โดยเห็นว่าจังหวะเวลาในการทดสอบนั้น เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมเนื่องจากยังอยู่ในฤดูฝน ซึ่งจะทำให้ประเมินสถานการณ์ได้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากขึ้น