(28 กรกฎาคม 2555 โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ ซิตี้จอมเทียน) - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ทยอยเข้าร่วมงานสัมมนา “ทิศทางการทำงานการเมืองของพรรคเพื่อไทย” ที่พัทยา อย่างคึกคัก ขณะที่นายกรัฐมนตรีจะร่วมปาฐกถาพิเศษ ในช่วงบ่าย
การสัมมนาพรรคเพื่อไทย ที่โรงแรมแอมบาสเดอร์ จอมเทียนพัทยา จังหวัดชลบุรี บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ทั้งนี้ การสัมมนา “ทิศทางการทำงานการเมืองของพรรคเพื่อไทย” ในช่วงเช้า หลังจากพิธีเปิดการสัมมนา “ทิศทางการทำงานการเมืองของพรรคเพื่อไทย” โดยนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ หัวหน้าพรรคแล้ว จากนั้นจะเป็นการสัมมนาในหัวข้อ “1 ปีรัฐบาลเพื่อไทย : ผลสำเร็จและความพึงพอใจ” โดย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี
สำหรับในช่วงบ่าย นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะร่วมปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ก้าวต่อไป...รัฐบาลเพื่อไทย : มุ่งมั่น ตั้งใจ รับใช้ประชาชน” โดยมีเนื้อหาดังนี้
"เรียนท่านหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ท่านผู้อำนวยการและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทยทุกท่านค่ะ ก่อนอื่นขออนุญาตใช้เวลาของท่านร่วมกันไว้อาลัยให้กับ ส.ส.สถาพร มณีรัตน์ ซึ่งท่านเป็น ส.ส.ที่ทำงานร่วมกับพรรคมาเป็นเวลานานและขออนุญาตทุกท่านยืนพร้อมใจกันไว้อาลัย ขอบคุณค่ะ"
ที่ผ่านมารัฐบาลเจอปัญหาความยุ่งยากอะไร เราจะฝ่าฟันเดินหน้ารับใช้ช่วยเหลือประชาชนได้อย่างไร ที่ท่านเลขาธิการนายกรัฐมนตรีบอกว่าวันที่ 23 สิงหาคม จะครบหนึ่งปี ดิฉันคิดว่าเวลาที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ความท้าทายต่างๆ ก็มีมาเยอะมาก แบ่งเป็นหลายๆ เรื่องที่จะเรียนให้ท่านสมาชิกฟังว่า เรื่องแรกตั้งแต่วันที่เริ่ม วันที่ 23 สิงหาคม ปีที่ผ่านมา วันที่ดิฉันลงหาเสียงในนามสมาชิกบัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 ก็เจอภาวะอุทกภัย วันแรกก็ยังบริหารประเทศไม่ได้ก็ลงพื้นที่สิ่งที่เจอคือภาวะแรกของรัฐบาลเลย ยังไม่ได้ดูแลพี่น้องประชาชนก็ต้องมาเจออุทกภัย วันนั้นต้องเรียนท่านว่าเรารู้สึกเป็นความทุกข์ใจของคนทั้งประเทศ เป็นภาระอันหนักอื้ง แบกไว้ สิ่งที่เราเจอบรรยากาศต่างๆ มาอีกทีน้ำก็เต็มแล้วจะระบายทิ้งที่ไหนก็ไม่ได้ เพราะน้ำเต็มหมดแล้ว นี้คือสิ่งแรกที่เราเจอในตอนแรก
ลำดับที่สองก็คือ การบริหารจัดการน้ำ ประตูระบายน้ำ สิ่งที่ต่างๆ เหล่านี้ ไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่พร้อมจะรับมือกับอุทกภัยเช่นนี้มาก่อน ท่านคงจำได้ประตูระบายน้ำ พอเจอมวลน้ำขนาดใหญ่ ประตูระบายพัง เครื่องสูบน้ำ ท่านคงจำได้ดี เห็นเต็มเลย แต่ใช้ได้เพียงสองตัว การระบายน้ำแม้ว่าพร่องน้ำในเขื่อนไประบายน้ำไปเจออะไรก่อน แก้มลิง แก้มลิงที่เป็นแหล่งเก็บน้ำของท่านไม่มีพื้นที่ระบายน้ำออก ก็ใช้วิธีการเก็บน้ำไว้ รวมถึงคูคลองต่างๆ ที่มีผักตบชวา และสิ่งกีดขวางต่างๆ ไม่สามารถระบายได้อย่างเต็มที่ เป็นเหตุให้น้ำล้นจากคลองและไปท่วมบ้านเรือนของประชาชน เราสั่งเครื่องสูบน้ำจนเต็มหมดแล้วทุกพื้นที่ ที่ขายอยู่ทั่วไปก็เล็กไป ก็นำเข้า เป็นมหาอุทกภัยที่เป็นกันทั้งภูมิภาค ท่านก็ทราบ เราก็พยายามจะช่วยเหลือพี่น้องประชาชน อาหารไม่ขาด แต่จุดกระจายสินค้าถูกปิด เพราะถนนขาด เข้าไม่ได้ ทำให้สินค้า ต่างๆ ขาด นี้คือปัญหาที่เราเจอ
ท่านลองคิดดูนะค่ะว่าสิ่งที่ท่านได้ฟังว่าการดำเนินการต่างๆ เกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ ทำไมจึงไม่เป็นเอกภาพ เพราะเรายังไม่ได้เชื่อมข้อมูล ในเรื่องเกี่ยวกับน้ำ และผลกระทบของการพยากรณ์อากาศด้วย หน่วยงานที่เกี่ยวกับน้ำมี 12 หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องมากประมาณ 10 ก็ตั้งแต่กรมชลปะทาน กรมทรัพยากรน้ำ กรมอุทกศาสตร์ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กรมพัฒนาที่ดิน กรมเจ้าท่า กรมทรัพยากรธรณี และสถาบันสาระสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและกรุงเทพมหานคร แน่นอนค่ะ เอกภาพการฟื้นฟูของ 12 หน่วยงานที่จะต้องมาบูรณาการกัน และต้องทำงานพร้อมๆ กันเพื่อรวมข้อมูลที่จะเตือนภัยพี่น้องประชาชนตรงนี้เป็นความยากลำบากเพราะว่าเราไม่สามารถจะแก้ได้ในเวลาทันที ข้อมูลจากส่วนใดส่วนหนึ่งไม่ตรง แน่นอนเราเอาออกแต่น้ำในเขื่อน ท่านต้องไปดูน้ำในคลอง ทำไมน้ำในคลองล้นหนัก เพราะว่าแนวคันกันน้ำรอบบริเวณฝั่งตะวันออกและตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา น้ำจากทะเลเข้ามา นี้คือสิ่งที่ต้องเรียนว่าเป็นอุปสรรค
แต่ก็ต้องบอกว่าสิ่งที่เราขาดต้องขอบคุณท่านๆที่นี้ว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน หน่วยงานราชการ และประชาชน พร้อมใจกันค่ะ สิ่งที่ได้กลับมาคือ ความสามัคคีและมีน้ำใจของคนไทยทั้งประเทศที่ร่วมตัวกัน ช่วยกันฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ เหล่านี้ไปได้ เชื่อว่าสิ่งที่เราได้รับกลับมา น้ำใจของคนไทยที่ช่วยกัน นี้คือสิ่งที่เชื่อว่าท่านจะได้รับความสุขเช่นเดียวกันดิฉัน เราอยู่มาได้เพราะความรักที่คนไทยมีให้กัน ดิฉันก็หวังว่าด้วยความรักอันนี้เราจะร่วมพลังกัน สำหรับเรื่องของน้ำนอกจากงบประมาณที่เรานำมาใช้ งบประมาณปี 2555 เดือนกุมภา จนถึงเดือนนี้ เดือน กรกฎา 6 เดือนนะค่ะที่ท่านจะนำปัญหาที่ผ่านมาในในอดีตมาแก้ปัญหาภายในฝนนี้ก่อน เรายังไม่คุยถึงฝนหน้า ฝนนี้ต้องพร่องน้ำในเขื่อนก่อน จากก่อนนั้นน้ำจะเกินพิกัดอยู่ 45.55 ก็น่าจะซับน้ำประมาณ 15,000 ล้านลูกบาศก์เมตร
เรื่องที่สองการเร่งพื้นที่ต้นน้ำปลูกป่า เป็นสิ่งที่เราต้องทำ สิ่งที่เราต้องทำคือปลูกหญ้าแฝก เราจะสร้างฝ่าย สร้างป่าชะลอน้ำ จำนวน 2,800 แห่ง นะคะ ก็จะช่วยชะลอน้ำได้บ้าง ไม่ให้กระทบกับพี่น้องภาคเหนือตอนล่าง และภาคกลาง นอกจากนี้เราก็ได้มีการเร่งดำเนินการฟื้นฟูในส่วนของแก้มลิงที่มีอยู่แล้ว เราจะเปิดพื้นที่แก้มลิงให้มีการระบายออก รวมกับการหาพื้นที่ตามแหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อการเกษตร และการซ่อมแซมประตูระบายน้ำทั้งหมด เพื่อให้ได้ 5,000 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมถึงการขุดลอกคูคลอง ท่านสมาชิกช่วยรัฐบาลได้โดยการช่วยเป็นหูเป็นตา ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในการตรวจสอบเพื่อให้แน่ใจว่าการทำงานทั้งหมดเสร็จภายในเวลา
รวมถึงนิคมอุตสาหกรรมก็จะมีการปรับ การคมนาคมขนส่งเพื่อกระจายสินค้า ดิฉันเองก็มีหลักในการที่จะระบาย พื้นที่ตอนปลายก็จะระบายน้ำอย่างเต็มที่ ขุดลอกคูคลอง ด้านกรมเจ้าท่า และการเร่งในการเปิดพื้นที่การระบายน้ำทั้งตะวันออกและตะวันตกด้วย สิ่งที่ผ่านมายกตัวอย่าง พื้นที่ชั้นนอกป้องกันเป็น 3 ชั้นเลย รวมไปถึงแหล่งเศรษฐกิจและแหล่งอุตสาหกรรม เราทำแบบนี้ทุกท่านอาจจะรู้สึกกังวลใจ โดยเฉพาะพื้นที่รอบนอกกรุงเทพมหานคร ยืนยันว่าการระบายทั้งตะวันออกและตะวันตก ผ่านคูคลองลงประตูระบายน้ำผ่านกรุงเทพมหานคร เราจะผ่านมันไป จุดติดตั้งต่างๆ ทั้งปทุมธานีและนนทบุรีอยู่ในใจดิฉันตลอดมา ที่เราเห็นน้ำพื้นที่หลังบิ๊กแบ็คทั้งหมดจะถูกติดตั้งเครื่องสูบน้ำระบายน้ำ ทุกอย่างจะถูกนำขึ้นเว็บไซต์หมดภายใต้การบริหารงานของเรา
เรียนต่อว่าเรื่องของการยกระดับการป้องกัน อย่างเช่นในชั้นนอก ฝั่งตะวันออก เราจะตัดทางยกระดับตั้งแต่เขื่อนพระราม 6 มาตามแนวคลองระพีพัฒน์แยกใต้ คลอง 3 ฝั่งตะวันตกก็จะปรับปรุงคันน้ำยกระดับถนนบริเวณริมคลองและแม่น้ำท่าจีน จำได้ปีที่ผ่านมา กรณีที่น้ำไหลทะลักเข้ามาก็จะซ่อมแซมถนนเรียบคลอง ชั้นในเป็นชั้นที่มีแนวคันราชดำริ แล้วจะเสริมยาวต่อไปฝั่งตะวันออกชั้นใน และเสริมคันน้ำจากปากคลองตรงแถวประตูจุฬาลงกรณ์ คลอง 7 เลียวมาตามถนนนิมิตใหม่ บรรจบกับแนวคันกั้นน้ำตามแนวพระราชดำริไปจนถึงคลองกิ่งแก้วนะค่ะ เราก็จะซ่อมแซมถนนริมคลอง ตามทางรถไฟ ต้องเรียนว่าภายในเดือนสิงหาเราจะมีเว็บไซต์ให้ทุกท่านเข้าไปดูผ่านซีซีทีวี และการวัดระดับน้ำในจุดที่สำคัญ
สิ่งที่จะปรับปรุงเพิ่มคือ การจัดการงบประมาณที่หลายท่านได้เห็น เช่น การตั้งคณะกรรมการ กตอ. เราจะทำงานรวมกับ ปภ. พื้นที่ เพราะหลายท่านจะเห็นว่าการจัดการอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งที่สำคัญ เราจะมีศูนย์ส่วนหน้า เราจะมีทุกจังหวัด ทั้งหมด รัฐบาลจะทำการตั้งศูนย์ส่วนหน้าไว้ทุกพื้นที่ โดยจะมีศูนย์ส่วนหน้าในการสั่งงานทั้งหมดวันนี้เราจะเริ่มในส่วนของน้ำต่อไปเราเริ่มกับทุกๆ อุทกภัย ประชาชนจะได้สบายใจ ภาวะปกติก็จะเป็นระดับนายอำเภอ ภาวะที่ร้ายก็จะเป็นระดับผู้ว่าราชการจังหวัด สุดท้ายก็จะเป็นนายกฯ ที่ผ่านมาท่านสมาชิก็ได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนมาเยอะ ศูนย์นายกฯ อยู่ที่ไหน โรงพยาบาลมีเท่าไหร่ ก็เรียนให้ทราบว่าปลายเดือนสิงหาคม จะเปิดเว็บไซต์ ถ้าร่วมกันทำอย่างเต็มที่เราก็จะฝ่าอุปสรรคนี้ไปได้
หลังจากเจอเรื่องของอุทกภัยของชาติแล้ว เรื่องเศรษฐกิจก็หดตัว ไตรมาสสุดท้ายจะเห็นว่าเศรษฐกิจไทยเพิ่มขึ้น 0.1 รัฐบาลก็จะทำอย่างไรให้มันฟื้นตัวเร็วที่สุด ก็ขอเน้นย้ำว่าสัดส่วนการส่งออกและสัดส่วนที่อยู่ในประเทศก็ต้องการความแข็งแรงในประเทศ เพิ่มการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ เราจะทำอย่างไรให้ประชาชนทุกจังหวัดมีรายได้ดีขึ้น ลดค่าใช้จ่าย ตามนโยบายที่เรามี 16 นโยบายที่เราจะต้องทำให้เสร็จภายในวันที่ 3 สิงหาคม ก็จะเดินหน้าต่อไป เราจะตอบโจทย์นโยบายของพรรค “ลดรายจ่าย ขยายโอกาส และก็สร้างรายได้” 3 สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ต้องทำควบคู่กันไป และต้องกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ คิดว่าจะทำให้พี่น้องประชาชนมีรายได้ดีขึ้น คุณภาพชีวิตดีขึ้น และจะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น ตามที่คาดหวังไว้ที่ 5.5 % ก็ต้องฝากท่านสมาชิกทุกท่านในการเข้าไปร่วมทำงานและรับฟังแลกเปลี่ยนกับพี่น้องประชาชน รับฟังความทุกยากของพี่น้องประชาชน และเป็นสิ่งที่พรรคให้ความสำคัญในการเข้าไปดูแล ต้องเรียนว่าเศรษฐกิจในประเทศต้องใช้เวลา การทำโครงสร้าง เน้นย้ำภาคการเกษตร จะทำอย่างไรให้เพิ่มพูน
วันก่อนดิฉันมีโอกาสได้ไปต่างจังหวัดก็เห็นว่าผลไม้เริ่มมาก แต่ผลไม้ที่มีคุณภาพดีส่งออกกลับมีน้อย ผลไม้ที่เหลือสิ่งที่พี่น้องประชาชนประสพอยู่คุณภาพไม่สูง ต้องคิดและเอาไปแก้ว่าจะต้องทำยังไงว่าการปลูกกับการขายจะสัมพันธ์กันน้อยเกินไป ราคาก็สูงมากเกินไป ราคาตก ทุกอย่างต้องปรับระหว่างความสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทาน เราจะทำควบคู่กันก็คือ จะนำในเรื่องของการพัฒนาแหล่งน้ำและนำการเพิ่มผลผลิตของภาคการเกษตรเข้ามาด้วย SME และดิฉันไม่ลืมสินค้าโอท็อป การทำงานของท้องถิ่น ท่านจะเห็นว่าโอท็อปวันนี้เราจะมีของดีมาก แต่บางครั้งเรามีของดีแต่ยากจน ทำให้คนมองไม่ออกว่าที่ไหนบ้างมีของดีมีจุดเด่น ที่ต้องทำคือ ต้องปรับปรุงคุณภาพและปริมาณ เราต้องเสริมสร้างและเร่งทำ ตรงไหนดีอยู่แล้วเราจะเร่งส่งออก ถ้าโอท็อปที่ไหนไม่มีจุดเด่นเราจะใช้กลไกของต่างประเทศช่วยนำผู้ซื้อมาหาผู้ขาย บางโครงการอาจรวมกันทำ เช่น อาจรับงานผลิตเสื้อผ้าของต่างประเทศชื่อดัง เย็บส่งออก สิ่งต่างๆ เหล่านี้เราก็ต้องทำ เราต้องเพิ่มมูลค่าเพิ่มให้การตลาด ยกตัวอย่างเช่นกระเป๋าที่มาจากฝักตบชวาพี่น้องประชาชนสานได้สวยมากแต่ถ้าเพิ่มคุณภาพนิดหนึ่ง อย่างเช่น สร้างความแข็งแรง บวกกับความสวยก็จะขายได้เป็นหมื่น การสร้างรายได้เพิ่มการสร้างกลไกการตลาด การตลาดสินค้าโอท็อปก็เราเน้นเป็นกลุ่มๆ เราจะเพิ่มช่องทางในการจัดจำหน่าย เราจะประสานกับทางด้านของโมเดิร์นเทรด หรือทางห้าง เพื่อให้มีสินค้าไทยอยู่ในทุกที่ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนขายของได้ เราจะเข้าไปร่วมกันทำงานและภาครัฐต้องร่วมมือกันในการสั่งซื้อของและใช้สินค้าโอท็อป เป็นสิ่งที่เราจะช่วยให้สินค้าโอท็อปได้เติบโต นี้เป็นเรื่องเศรษฐกิจในประเทศ
เรียนว่า วันนี้การทำงานที่ผ่านมา 11 เดือน แต่จะรู้ว่าไปซัก 3 เดือน จะทำงานซัก 6 เดือน ตอนนี้ไปแล้ว 17 ประเทศค่ะ ก็เดินทางอยู่ 17 ประเทศ ต้องเรียนว่า ทุกครั้งที่เดินทาง เราไปเปิดการค้าการลงทุนซึ่งตอนนี้กระทรวงอุตสาหกรรมเรียนว่ายอดผู้ที่จะมาลงทุนเพิ่มขึ้น ณ วันนี้เราทำงานอยู่ 6 เดือน เป็นสิ่งที่น่าชื่นใจว่าระยะยาวจะมีผู้เข้ามาลงทุนในประเทศไทยและต้องเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุนของคนไทย และต้องมองถึงการเปิดประชาคมอาเซียน หลายท่านก็คงจะคุ้นเคยคำนี้ดี แต่สิ่งที่เราจะทำต่อไปอีก 3 ปีข้างหน้าคือสร้างความแข็งแรง เตรียมความพร้อม ที่ผ่านมาได้มีโอกาสทำเวิร์คช็อปประเทศในอาเซียนแต่ละกระทรวง เราก็จะนำแต่ละกระทรวงไป และจะมาบูรณาการต่างๆ วาระเรื่องเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และเรื่องของการพัฒนา แต่สุดท้ายเราจะมาทำตามจังหวัดด้วยนะค่ะ ท่านสมาชิกจะช่วยเราได้ในการที่จะรับฟังข้อเสนอต่างๆจากประชาชน เพราะว่าถ้าเราเปิดการค้าเสรีแล้วในแต่ละจังหวัดต้องการพัฒนาอย่างไร สิ่งที่เราต้องเตรียมความพร้อม จากภาครัฐ สู่ภาคเอกชน โดยการทำเวิร์คช็อปตามจังหวัด และทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายต่างๆ
วันนี้รัฐบาลได้รับการตอบรับในการเดินทางไปเยือนต่างประเทศ 17 ประเทศ เพราะรัฐบาลนี้ได้รับการยอมรับจากประชาชนและเลือกโดยประชาชน เรียนทุกท่านไว้ตรงนี้ด้วย โดยเฉพาะยุโรปที่เราไม่ได้เดินทางไปเยือนประมาณ 7 ปี ต่างชาติให้ความสนใจมาก การเคารพในเสียงของประชาชน เราให้ประเทศเดินไปภายใต้กรอบของนิติรัฐ ความเสมอภาคและยุติธรรมอย่างเท่าเทียมกัน นี้เป็นจุดที่จะเกิดเศรษฐกิจขึ้น เขาพร้อมจะมาลงทุนในประเทศไทย มั่นใจว่าจะได้รับความเสมอภาค ต้องเรียนว่าเราเดินหน้าและได้รับการตอบรับจากต่างประเทศ เพราะเราได้การยอมรับจากประชาชน ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ต้องเรียนว่าการเมืองปีนี้ ตัวดิฉันเองถือว่ามี 2 บทบาท บทบาทที่ 1 เป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย อีกบทบาทหนึ่ง คือ บทบาทของนายกรัฐมนตรี ที่ต้องดูแลประชาชนทั้งประเทศ เป็นทั้งความภูมิใจ เราต้องทำยังไง ถึงจะประคองเรื่องของส่วนรวมให้มากที่สุด อาจจะมีหลายครั้งอาจจะมองในมุมมองว่ารัฐบาลนี้ตัดสินใจไม่ดี ตัดสินใจช้าบ้าง ถอยบ้าง เรียนยืนยันว่าจุดยืนของเราไม่ถอยค่ะ แต่ที่บอกว่าช้าหรือถอยนั้น ก็เพื่อลดความขัดแย้ง แต่ต้องการเห็นการมีส่วนร่วมและความมีประชาธิปไตยอย่างแท้จริงค่ะ
ในการทำงานการเมือง ดิฉันยึดหลักความสมดุล ถามว่าทำไมยึดหลักความสมดุล เพราะว่าเรามีหลายบทบาท แต่บทบาทที่สำคัญคือ เราต้องทำให้พี่น้องประชาชนมีความสุข จุดยืนที่เราสัญญาไว้กับพี่น้องประชาชนเราต้องดู จุดยืนเรื่องความเป็นประชาธิปไตย เราต้องทำก็คือเราจะทำอย่างไรเพื่อลดความขัดแย้ง อย่างที่บอก จุดยืนไม่ถอย แต่ถอยเพื่อลดความขัดแย้ง แต่จะเร่งเดินหน้าเพื่อสร้างความเข้าใจของพี่น้องประชาชน ต้องเรียนว่าการเมืองนี้ สิ่งที่เป็นเป้าหมายของทั้งพรรค และรัฐบาลก็เชื่อว่าเป็นเป้าหมายในการให้ประเทศเดินไปข้างหน้า การสร้างความสามัคคีปรองดองขึ้น ดิฉันคิดว่าวันนี้ไม่มีคนไหนในประเทศจะปฏิเสธ แต่วิธีการต่างหากที่เราจะต้องช่วยกันคิด เพื่อจะได้เดินหน้า เร่งให้พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วม
ถามว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ดี ก็เปรียบเสมือนที่เราบอกว่าเราจะสร้างบ้านใหม่ด้วยกัน เราจะเดินไปด้วยกัน เราจะทำอย่างไร เราจะประคองความเข้าใจที่ตรงกัน เราอย่าลืมเป้าหมายว่าจะทำอย่างไร ให้เกิดความเป็นประชาธิปไตย เกิดปรองดอง ต้องช่วยๆ กันเพื่อสร้างความมั่นใจ ดิฉันเพียงคนเดียวก็คงทำไม่สำเร็จ ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือจากท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ เราจะพร้อมใจกัน
สิ่งหนึ่งต้องเรียนว่าบทบาทของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ดิฉันก็เป็น ส.ส. คนหนึ่ง ต้องเรียนว่าดิฉันต้องดูแลความรู้สึกของพี่น้องประชาชน เราควรทำความเข้าใจและชี้แจงต่อประชาชน แม้ทำงานบริหารก็อย่าลืมลงไปดูแลพื้นที่ ดูแลประชาชน ต้องมาประชุม และต้องร่วมกันทำงานในสภาเพื่อช่วยกันทำให้กลไกของสภา เป็นกลไกของประชาธิปไตย อันนี้ก็เป็นบทบาทถ้าเราทำได้ดี การเลือกตั้งครั้งหน้า ประชาชนก็จะไว้ใจเรา นี้คือสิ่งที่เราต้องทำต่อใช่ไหมค่ะ
ดังนั้นดิฉันก็ขอเรียนสรุปย่อๆ อยากเรียนท่านสมาชิกว่าการที่เราจะทำงานร่วมกัน การที่จะทำให้ประเทศเดินหน้าได้อย่างมั่นคงและสมบูรณ์ ดิฉันมองว่าสิ่งที่เราต้องทำด้วยกันก็คือมุ่งมั่นทำงานเพื่อรับใช้ประชาชน สร้างสมดุลเพื่อลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจในการมีส่วนร่วม พร้อมกับก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและถาวรต่อไปค่ะ ขอขอบคุณท่านสมาชิกทุกท่านค่ะ
วันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
เปิดคำปาฐกถา นายกฯยิ่งลักษณ์ “เพื่อไทย เพื่อประชาธิปไตย เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของคนไทย”
ป้ายกำกับ:
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
"ยิ่งลักษณ์" กล่าวปาฐกถา สรุปปัญหาและแนวทางการแก้ปัญหาการบริหารจัดการน้ำ
![]() |
| น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษ “ก้าวต่อไป ...รัฐบาลเพื่อไทย : มุ่งมั่น ตั้งใจ รับใช้ประชาชน” |
ปัญหาในการบริหารจัดการน้ำในปี 2554
1. การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ (Climate Change)
จากผลของการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศทำให้ช่วงเดือนมกราคม – กันยายน 2554 มีปริมาณฝนสูงกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 30 ปีถึง ร้อยละ 32 เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากพายุ 5 ลูกด้วยกัน (ไหหม่า, นกเตน, ไห่ถาง, เนสาด, นาลแก)
2. ความไม่พร้อมทั้งในส่วนของ infrastructure และ การบริหารจัดการ
- ปริมาณน้ำกักเก็บในอ่าง ไม่ได้มีการบริหารจัดการปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำอย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่ช่วงรัฐบาลที่แล้วจึงทำให้อ่างเก็บน้ำหลักๆ เช่น เขื่อนสิริกิต์ เขื่อนภูมิพล เขื่อนป่าสักฯ มีปริมาณน้ำมากถึงจุดวิกฤติของเขื่อนจึงทำให้ไม่สามารถกักเก็บน้ำที่เพิ่มเป็นจำนวนมากได้ นอกจากนี้ยังจะต้องมีการระบายน้ำออกเพิ่มอีกด้วย
- แก้มลิง ในส่วนของพื้นที่รับน้ำนองก็ไม่ได้มีการบริหารจัดการ หรือจัดเตรียมพื้นที่สำหรับรองรับน้ำไว้ ทำให้ไม่สามารถรับน้ำปริมาณมากจากพายุและน้ำที่ระบายออกจากอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ต้นน้ำ
- การระบายน้ำ ในส่วนของการบริหารจัดการการระบายน้ำ ไม่สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธภาพเนื่องการคลองไม่ได้มีการขุดลอกและมีสิ่งกีดขวาง เช่นสิ่งก่อสร้างและผักตบชวา เป็นต้น
- เครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำ นอกจากจะมีจำนวนไม่เพียงพอแล้ว เครื่องที่ได้มีการติดตั้งไปแล้วยังไม่สามารถใช้งานได้เนื่องจากชำรุดหรือใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ (Full Load)
- นิคมอุตสาหกรรมและเขตเศรษกิจที่สำคัญ การเตรียมการเพื่อป้องกันน้ำท่วมมีไม่เพียงพอ โดยเฉพาะคันกั้นน้ำรอบนิคมอุตสาหกรรม ที่ไม่ได้ถูกออกแบบไว้เพื่อรองรับน้ำปริมาณมากเช่นปีที่แล้ว
3. การบริหารจัดการขาดการบูรณาการ (มีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง)
- ขาดการบูรณาการในการบริหารจัดการน้ำ นอกจากจะไม่พร้อมในส่วนของ Infrastructure hardware soft ware แล้ว การบริหารจัดการยังไม่ได้มีการบูรณาการ โดยขอยกตัวอย่างในส่วนของการระบายน้ำ มีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมชลประทานรับผิดชอบในส่วนของแผนการและแนวทางการระบาย ผู้ว่าราชการจังหวัด (กระทรวงมหาดไทย) ที่ดูแลพื้นที่โดยเป็นผู้รับผิดชอบในส่วนของการเจรากับมวลชนที่ได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำนอกจากนี้ ยังมีในส่วนของกระทรวงคมนาคมที่จะต้องดูแลในส่วนของเส้นทางคมนาคมที่เป็นอุปสรรดต่อการระบายน้ำ ดังนั้นการขาดการบูรณาการระหว่างหน่วยงานเป็นอุปสรรคอย่างยิ่งในการบริหารจัดการ
- การพยากรณ์และระบบคลังข้อมูลในส่วนของการพยากรณอากาศเพื่อใช้ในการเตือนภัยและช่วยตัดสินใจกำหนดมาตรการการบริหารจัดการน้ำ ส่วนราชการได้มีการดำเนินการอยู่แล้วโดยมีข้อมูลและเครื่องมือค่อนข้างพร้อม ทั้งนี้ ปัญหาหลักคือการขาดการบูรณาการ โดยขอยกตัวอย่างในส่วนของการเตรียมการเชื่อมคลังข้อมูลในการพยากรณ์จะต้องมีการเชื่อมทั้งหมด 12 หน่วยงานประกอบไปด้วย 1. กรมชลประทาน 2. กรมอุตุนิยมวิทยา 3.การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย 4. กรมทรัพยากรน้ำ 5. กรมอุทกศาสตรของกองทัพเรือ 6. กรมทรัพยากรน้ำบาดาล 7. กรมพัฒนาที่ดิน 8. กรมเจ้าท่า 9. กรมทรัพยากรธรณี 10.สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์กรมหาชน) 11. สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) 12. กรุงเทพมหานคร
- ขาดการสื่อสารกับประชาชนอย่างเป็นเอกภาพ อีกหนึ่งปัญหาที่สำคัญในช่วงน้ำท่วมปีที่แล้วคือการขาดการสื่อสารต่อพี่น้องประชาชนอย่างเป็นเอกภาพโดย ซึ่งก็เป็นผลต่อเนื่องจากการการขาดการบริหารจัดการแบบบูรณาการของทุกหน่วยงาน หรือขาด Single Command จึงทำให้พี่น้องประชาชนเกิดความสับสนจากข้อมูลที่มาจาดหลายแล่ง และไม่สามารถเตรียมพร้อมรองรับน้ำท่วมได้ดีเท่าที่ควร
- ในช่วงที่อยู่ระหว่างภาวะวิกฤติ เป็นช่วงก่อนที่ พ.ร.บ.งบประมาณ 2555 จะประกาศใช้ (8 ก.พ. 55) รัฐบาลไม่สามารถใช้งบประมาณ งบกลาง 120,000 ล้านบาทได้ในช่วงดังกล่าว ทำให้ต้องบริหารจัดการแก้ไขปัญหาโดยใช้งบประมาณ 54 พลางก่อน ในส่วนของงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ซึ่งเป็นงบประมาณที่ต้องใช้ในการบริหารราชการเรื่องอื่นนอกเหนือจากเรื่องอุทกภัยด้วย โดยก่อนที่ พ.ร.บ. จะประกาศใช้ รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาอุทกภัยไปทั้งสิ้น 74,745.4323 ล้านบาท
- เนื่องจากสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น ทำให้ความต้องการงบประมาณเพื่อเยียวยา ฟื้นฟู ซ่อมแซม มีจำนวนมาก (มากกว่า 120,000 ล้านบาท) รัฐบาลจึงได้ใช้กลไกในการเร่งรัดติดตามการดำเนินงาน และเรียกคืนเงินงบประมาณที่เหลือจ่าย หรือคาดว่าจะใช้ไม่ทัน เพื่อนำมาจัดสรรให้กับหน่วยงานที่มีความจำเป็นต้องในการฟื้นฟูซ่อมแซมและเตรียมการป้องกันอุทกภัยที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปีนี้
จากปัญหาที่ได้ประสบในปีที่แล้ว รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ปัญหาเพื่อป้องกันและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนให้ทันฤดูน้ำหลาก โดยมีการตั้ง กนอช. / กบอ. / สบอช. เพื่อบูรณาการการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยทั้งระบบให้เกิดเอกภาพ (Single Command Center)
- เตรียมรับมือสถานการณ์อุทกภัยที่อาจจะเกิดขึ้น โดย ต้นน้ำ– (ปลูกป่า / หญ้าแฝก / สร้างฝาย / บริหารจัดการน้ำในเขื่อน) กลางน้ำ (จัดหาพื้นที่รองรับน้ำ 2 ล้านไร่/ ขุดลอกแก้มลิง / สร้างอาคาร บังคับน้ำ) และ ปลายน้ำ
- ป้องกันพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ โดยการสร้างและเสริมคันกั้นน้ำปิดล้อม 3 ชั้น
- เร่งระบายน้ำ ออกทาง 2 ฝั่ง ตะวันออกและตะวันตก และแนวดิ่ง โดยการเร่งรัดการขุดลอกคูคลอง ซ่อมแซมประตูระบายน้ำ และติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ
- การบูรณาการคลังข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์ประมวลข้อมูล การแจ้งเตือนภัย โดย จัดทำ website 3 Tier (T1 – ประชาชน / สื่อ , T2 – ผู้บริหาร / พื้นที่ , T3 – เทคนิค)
- เตรียมจัดงานแถลงข่าว + นิทรรศการเรื่องน้ำในช่วงเดือนสิงหาคมนี้
วันศุกร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
“ยิ่งลักษณ์” ประกาศ "จุดยืนไม่ถอย" กลางวงสัมมนาพรรคเพื่อไทย เผยเหตุตัดสินใจช้าเพื่อลดความขัดแย้ง
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า การเมืองวันนี้ ตนเองมี 2 บทบาท คือ เป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย และเป็นนายกรัฐมนตรี ดูแลประชาชน ซึ่งมีทั้งความภูมิใจและทำอย่างไรที่จะประครองส่วนรวม เพราะหลายครั้งรัฐบาลถูกมองว่า ตัดสินใจช้า หรือถอย แต่ตนขอยืนยันว่าจุดยืนของเราไม่ถอย แต่สิ่งที่ช้า ดูเหมือนถอยนั้น เป็นไปเพื่อลดความขัดแย้ง ต้องการการมีส่วนร่วมและประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
จึงยึดหลักความสมดุลในการทำงานการเมืองเพราะเรามีหลายบทบาทแม้แต่ ส.ส. ก็มีหลายบทบาท เราจะทำอย่างไรให้ดีที่สุด รักษาจุดยืนที่ให้สัญญากับประชาชน ต้องดำรงอยู่ แต่เราต้องลดบรรยากาศความขัดแย้งและประสานความเข้าใจ
น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวย้ำอีกว่าจุดยืนไม่ถอย แต่ลดความขัดแย้ง เร่งเดินหน้าทำความเข้าใจ ประชาชน โดยสิ่งที่เป็นเป้าหมายของพรรคและรัฐบาลตรงกัน ต้องทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้า แต่เราต้องช่วยกันคิดวิธีการ อยากเห็นประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แก้กฎหมาย ซึ่งเปรียบเหมือนการสร้างบ้านใหม่ด้วยกัน ประครองความเข้าใจ ต้องตั้งเป้าหมาย ความเป็นประชาธิปไตย ความเข้าใจกัน ให้เกิดการปรองดอง ซึ่ง รัฐบาลทำฝ่ายเดียวไม่สำเร็จ ต้อง ส.ส. และ ประชาชนร่วมมือด้วย
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ตนเองเป็น ส.ส. คนหนึ่ง ต้องดูแลความทุกข์สุขประชาชน แม้จะทำงานบริหารก็ต้องลงพื้นที่ดูแลประชาชน พวกเราต้องทำให้สภาเป็นกลไกประชาธิปไตยทำงานร่วมกันอย่างแข็งแรง การเลือกตั้งครั้งหน้าประชาชนจะไว้ใจให้เราทำงานต่อ ซึ่งการจะทำงานร่วมกัน ต้องมุ่งมั่นทำงานเพื่อรับใช้ประชาชน สร้างสมดุล ลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจและมีส่วนร่วมเพื่อก้าวไปด้วยกัน
น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวถึงการเริ่มเข้ารับตำแหน่งเมื่อปีที่แล้วว่าวันที่ 23 ส.ค. เมื่อปีที่ผ่านมา เจอภาวะ อุทกภัยน้ำท่วมต้องรับมือลงพื้นที่ก่อนแถลงรัฐสภา เป็นภาวะพูดไม่ออก เพราะน้ำท่วมไม่รู้จะระบายไปไหน นี่คือสิ่งที่เจอในวันแรก สิ่งที่เจอในวันที่ 2 คือ โครงสร้างต่างๆ ประตูระบายน้ำ ไม่ได้มีความพร้อมรับมหาอุทกภัย เครื่องสูบน้ำก็ใช้ได้ทุกเครื่อง เพราะติดปัญหาการบริหาร รวมทั้งคูคลองต่างๆ มีสิ่งกีดขวางไม่สามารถระบายน้ำได้อย่างเต็มที่ วันนั้น เราสั่งเครื่องสูบน้ำต้องสั่งนำเข้า เพราะทุกพื้นที่เป็นเครื่องเล็กเกินไป สินค้าขนส่งไม่ได้
สาเหตุที่ทำไมการทำงานจึงไม่เป็นเอกภาพเพราะข้อเท็จจริงขณะนั้นยังไม่มีการเชื่อมข้อมูลน้ำและการพยากรณ์อากาศซึ่งมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับน้ำถึง 12 หน่วยงาน อย่างไรก็ตาม การฟันฝ่าอุปสรรคสามารถผ่านไปได้ด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ต้องขอขอบคุณสมาชิกทุกคน และทุกภาคส่วนที่ร่วมกันทำงาน ภายในเดือนสิงหาคมนี้ จะมีเวบไซต์ ที่มีข้อมูลทางเทคนิค และมีการจัดการซิงเกิลคอมมานด์ สังเกตการณ์ระดับน้ำด้วยกล้องวงจรปิด เพื่อเตรียมรับมือการแก้ปัญหาน้ำท่วม
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวด้วยว่า รายได้ส่วนใหญ่มาจากการส่งออก ต้องกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ พยายามไม่พึ่งพาเศรษฐกิจโลก ทำอย่างไรจะลดค่าใช้จ่าย ประชาชน ดังนั้น หลายนโยบายจะลดรายจ่าย สร้างรายได้ ขยายโอกาส ให้แก่ประชาชน 3 สิ่งนี้ จะทำควบคู่เพื่อตอบโจทย์ เศรษฐกิจในประเทศ
การเคารพในเสียงประชาชน เดินภายใต้กรอบนิติรัฐ การมีเสรีภาพ จะมีผลต่อเศรษฐกิจ เพราะต่างชาติ จะมั่นใจในการลงทุน ซึ่งรัฐบาลชุดนี้ได้รับการตอบรับจากต่างประเทศ เพราะเราได้รับการยอมรับจากประชาชน
อ้างอิง-ภาพประกอบ มติชน / News Center
"ยิ่งลักษณ์" เผยเตรียมมอบบัตรเครดิตเกษตร ใน ครม.สัญจรที่สุรินทร์
นายกรัฐมนตรีกล่าวชี้แจงผลการปฏิบัติงานตลอดทั้งสัปดาห์ผ่านรายการ"รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน" โดยยืนยันทุกหน่วยงานภาครัฐเตรียมพร้อมก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนแล้ว และกล่าวเชื่อมั่นว่าภายใน 6 สัปดาห์นับจากนี้โรคมือเท้าปากจะคลี่คลายลง และเตรียมเดินหน้านโยบายแจกบัตรเครดิตเกษตรในสุดสัปดาห์นี้
ช่วงแรกของรายการ "รัฐบาลยิ่งลักษณ์ พบประชาชน" นายกรัฐมนตรี กล่าวเชิญชวนประชาชนร่วมแสดงความจงรักภักดี สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในวันมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 60 พรรษา หลังจากนั้นได้ชี้แจงผลการปฏิบัติหน้าที่ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยระบุว่า ได้หารือปูทางความร่วมมือทวิภาคีกับนายเต็ง เส่ง ประธานาธิบดีพม่า และลงนามความร่วมมือพัฒนาท่าเรือน้ำลึกทวายมายังท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ของไทย เพื่อเพิ่มกลุ่มการลงทุน และ เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่จะเปิดประตูสู่อาเซียน
นายกรัฐมนตรี กล่าวยืนยันว่า ทุกหน่วยงานของไทยมีความพร้อมในการก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนแล้ว โดยจะบูรณาการร่วมกัน 3 เสาหลัก คือ ด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรมสังคม และความมั่นคง พร้อมทั้งกำชับให้กระทรวงเดินหน้าพัฒนาบุคลากรให้สอดคล้องกับงานและภาษาในอนาคต รวมถึงประสานภาคเอกชนและประชาชนให้มีความก้าวหน้าพร้อมกัน
นายกรัฐมนตรี ชี้แจงด้วยว่า โรคมือ เท้า ปาก เริ่มมีอัตราการแพร่ระบาดลดลงแล้ว โดยคาดว่า อีก 6 สัปดาห์ จะคลี่คลายได้ ซึ่งได้กำชับกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงศึกษาธิการ ดูแลและให้ความรู้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการล้างมือก่อนจับต้องอาหาร
นอกจากนั้นยังได้ระบุว่า ที่จะเดินทางลงพื้นที่ประชุม ครม.สัญจร ที่จังหวัดสุรินทร์ เพื่อทำงานร่วมกับพื้นที่และภาคเอกชน โดยย้ำที่จะเริ่มนโยบายแจกบัตรเครดิตเกษตรกรด้วยการมอบให้ตัวแทนทั้ง 19 จังหวัดภาคอีสานในสุดสัปดาห์นี้
ป้ายกำกับ:
รัฐบาลยิ่งลักษ์พบประชาชน
นายกฯย้ำความสัมพันธ์ไทย-พม่าร่วมมือพัฒนาด้านการค้าและเศรษฐกิจ
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์ พบประชาชน ถึงการเดินทางมาเยือนไทยอย่างเป็นทางการของ นายเต็ง เส่ง ประธานาธิบดีพม่า เมื่อ 22-24 ก.ค.ว่า มีการหารือทวิภาคีและเซ็นต์เอ็มโอยูความร่วมมือท่าเรือน้ำลึกทวาย ที่ถือว่าเป็นประโยชน์มาก เชื่อว่าท่าเรือดังกล่าวจะเชื่อมต่อประเทศต่างๆ และเชื่อมท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจโดยรวมโดยเฉพาะกลุ่มส่งออก และจะพัฒนาท่าเรือน้ำลึกต่อไปยังประเทศอื่นในกลุ่มอาเซียน
"การพัฒนาท่าเรือน้ำลึก จะเกิดโรงงานอุตสาหกรรม นิคมอุตสาหกรรม เกิดการค้าการลงทุนเป็นประโยชน์ทั้งสองประเทศที่จะทำให้เกิดการค้าการลงทุน ถือว่าเป็นการข่าวที่ดีของสองประเทศ และเมียนมาร์เองก็จะเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตย ก็ต้องมีการวางโครงสร้างพื้นฐาน และเตรียมเชื่อมการพัฒนาระหว่าง 2 ประเทศ ด้วยการช่วยเหลือด้านการพัฒนาแรงงาน ปฏิรูปเศรษฐกิจ และการแลกเปลี่ยนด้านพลังงาน และในปี 56 จะเป็นปีครบรวมความสัมพันธ์ไทย-พม่าครบรอบ 64 ปี จะมีการจัดกิจกรรมในเรื่องการเชื่อมความสัมพันธ์ของไทยกับพม่าด้วย
นอกจากนี้ ปี 57 เมียนมาร์รับหน้าที่เป็นประธานอาเซียน ไทยก็จะเข้าไปช่วยเตรียมความพร้อม รวมไปถึงการปฏิรูปด้านเศรษฐกิจต่างๆ
นอกจากนี้ การเปิดด่านพรมแดนเป็นหนึ่งในหัวข้อของการหารือทวิภาคีนอกจากการเซ็นต์เอ็มโอยู ทางรัฐบาลไทยและพม่าเตรียมเปิดด่านตามแนวชายแดน ยกระดับด่านสำคัญ 3 ด่าน เพื่อพัฒนาด้านเศรฐกิจและการค้าบริเวณแนวชายแดนให้ดียิ่งขึ้น ที่กิ่วผาวอก จ.เชียงใหม่ บ้านห้วยต้นนุ่น จ.แม่ฮ่องสอน และบ้านพุน้ำร้อน จ.กาญจนบุรี ซึ่งจะทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีและหว่างประชาชนและการค้าขายและการพัฒนาเศรษฐกิจดีขึ้น
วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
"ยิ่งลักษณ์" เผย ต่างชาติชมรัฐบาลไทยเป็นประชาธิปไตย ชูผ้าไทยสู่เวทีโลก
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จัดรายการ "รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน" ที่สวนสาธารณะของหอไอเฟล ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งการเดินทางมายุโรปในครั้งนี้เพื่อเป็นการติดตามเศรษฐกิจของยุโรป และรับฟังข้อเท็จจริงวิกฤตทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น โดยเดินทางมาเยือนทั้งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และประเทศฝรั่งเศส ถือเป็นคู่ค้าสำคัญ เป็นประเทศที่มีมูลค่าการส่งออกมาก ซึ่งรัฐบาลไทยต้องการสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่ยุโรปประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจไทยต้องพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสใหม่ ๆ ในการลงทุน ซึ่งทั้งสองประเทศให้ความสำคัญในการเยือนของรัฐบาลไทย ที่มาจากรัฐบาลประชาธิปไตย เพราะทั้งสองประเทศให้ความสำคัญกับสันติภาพของประชาธิปไตย
สำหรับการหารือกับรัฐบาลเยอรมนั้นได้มีข้อตกลงในความร่วมมือของทั้งสองประเทศทั้งเรื่องของอาชีวะศึกษาที่จะมีการพัฒนาร่วมกันในอนาคต ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจสีเขียวการใช้พลังงานทดแทน พลังงานแสงอาทิตย์ นอกจากนี้เยอรมนีจะส่งเจ้าหน้าที่มาให้ความรู้กับไทย ในเรื่องของการพัฒนาความสดของสินค้าทางการเกษตร เพื่อให้มีคุณภาพสดใหม่อยู่เสมอ ทำให้เรามีโอกาสในการส่งสินค้าสร้างมูลค่าในการส่งออกมากขึ้น ขณะเดียวกันได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนของเยอรมนีในการลงทุนประเทศไทยด้วย นอกจากนี้ยังมีโอกาสได้พบกับคนไทยในเยอรมนีเพราะถือเป็นประเทศที่คนไทยอยู่มากรองจากสหรัฐอเมริกา
ส่วนที่ประเทศฝรั่งเศสนั้น รัฐบาลไทยมีโอกาสได้ให้ข้อมูลด้านนโยบายกับนักธุรกิจของฝรั่งเศสในการเดินหน้าประเทศไทยอย่างไรบ้าง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนต่างชาติ นอกจากนี้ยังเน้นเรื่องของการเปิดตลาดจิวเวอรี่ และครัวไทยสู่ครัวโลกด้วย เพราะคนฝรั่งเศสและเยอรมนีเริ่มสนใจในอาหารไทยมากขึ้น ดังนั้นการเดินทางมาเยือนของรัฐบาลในช่วงนี้ถือว่ามาถูกจังหวะ และเวลา และเป็นการแสดงความเห็นใจ เป็นห่วงยุโรปในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจด้วย
สำหรับการหารือกับรัฐบาลเยอรมนั้นได้มีข้อตกลงในความร่วมมือของทั้งสองประเทศทั้งเรื่องของอาชีวะศึกษาที่จะมีการพัฒนาร่วมกันในอนาคต ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจสีเขียวการใช้พลังงานทดแทน พลังงานแสงอาทิตย์ นอกจากนี้เยอรมนีจะส่งเจ้าหน้าที่มาให้ความรู้กับไทย ในเรื่องของการพัฒนาความสดของสินค้าทางการเกษตร เพื่อให้มีคุณภาพสดใหม่อยู่เสมอ ทำให้เรามีโอกาสในการส่งสินค้าสร้างมูลค่าในการส่งออกมากขึ้น ขณะเดียวกันได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนของเยอรมนีในการลงทุนประเทศไทยด้วย นอกจากนี้ยังมีโอกาสได้พบกับคนไทยในเยอรมนีเพราะถือเป็นประเทศที่คนไทยอยู่มากรองจากสหรัฐอเมริกา
ส่วนที่ประเทศฝรั่งเศสนั้น รัฐบาลไทยมีโอกาสได้ให้ข้อมูลด้านนโยบายกับนักธุรกิจของฝรั่งเศสในการเดินหน้าประเทศไทยอย่างไรบ้าง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนต่างชาติ นอกจากนี้ยังเน้นเรื่องของการเปิดตลาดจิวเวอรี่ และครัวไทยสู่ครัวโลกด้วย เพราะคนฝรั่งเศสและเยอรมนีเริ่มสนใจในอาหารไทยมากขึ้น ดังนั้นการเดินทางมาเยือนของรัฐบาลในช่วงนี้ถือว่ามาถูกจังหวะ และเวลา และเป็นการแสดงความเห็นใจ เป็นห่วงยุโรปในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจด้วย
วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
Fun Anywhere!
Tablet will draw attention from students who are fascinated with games and entertainment back to education.
One factor causing Thai students have lower educational effectiveness is that most Thai students pay much attention on games and entertainment. In addition, Thai society is changing to nuclear family that parents spend most of their times on making money and spend such money and technology to nurture their children in several ways, for example, buying TV or computer games for their children because they think that these things will make their children play safely at their homes. Consequently, Thai students’ attention on education is decreasing.
Tablet will change Thailand’s education paradigm because tablet will catch attention of students to education. When we say that mot students are interested in games and entertainment, the correct way to solve educational problems of students are using what students interested to be the tool, i.e., making education to be in form of games and entertainment. Tablet is the represent of such method.
The development of Thai education must begin from the basus of education because it is the beginning of lifetime learning.One problem that should be solved immediately is the problem of basic skills development for knowledge implementation. Students have to be able to develop their learning to be other creative things. Any instruction through only text and theories will make students lack of developed thinking process and IQ. We don’t just tell students to learn but they don’t know how to do wityh their real life. Tablet is the tool that can support this idea.
Tablet is the tool used for managing and changing instruction attracting students to be more interested in and amused with learning because they can learn from sound and video as well as activities in classroom and outdoor activities silmateneously. One thing that tablet is better than PC and laptop is portability that students will be able to bring tablets with them for learning in several places, for example, students can bring tablets with them to learn plants in the surrounding area of their school in the concept of “Fun Anywhere” or teachers may bring students to learn Thai intonation marks via tablet under school’s trees. Students will learn happily and enjoy with their learning. Importantly, this will foster students to lern everywhere besides classrooms.
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)






